ซาร์รี่เป็นเหตุ? “เดอ ลิกต์” กับฤดูกาลอันน่าผิดหวังที่ยูเวนตุส

มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ เซนเตอร์แบ็กวัยเพียง 19 ปีเป็นในกองหลังที่น่าจับตามองมากของยุโรป ทว่าฤดูกาลแรกของเขากับ ม้าลาย” นั้นเต็มไปด้วยฝันร้าย อาจจะใจร้ายไปหาตัดสินทั้งที่อายุยังน้อยและอยู่ในช่วงปรับตัวแต่หากไม่รีบพัฒนาฟอร์มแล้ว จากรุ่งก็บางทีอาจจะกลายเป็นร่วงก็เป็นได้ เราลองมาย้อนดูฟอร์มการเล่นอันย่ำแย่ในฤดูกาลนี้และขุดคุ้ยสาเหตุ

ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมในเกมที่ ยูเวนตุส บุกพ่ายให้กับ โอลิมปิก ลียง 1-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย มาต์ไตส์ มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ ถูกพูดถึงมากมายหลังเกมในทวิตเตอร์จนติดเทรนด์มาแรง เนื่องจากฟอร์มอันย่ำแย่ของเขาในเกมนั้นนี่ไม่ใช่ครั้งแรกในซีซั่นนี้ที่เขาติดเทรนด์ทวิตเตอร์ แต่ยังมีอีกหลายเกมที่เขากลายเป็นแพะให้แฟนบอลวิจารณ์ แถมบางครั้งยังโดนเอาไปเปรียบเทียบเป็น “ฟิล โจนส์แห่งเมืองดัตช์” อีกด้วย เรียกได้ว่าฤดูกาลแรกของเขากับยูเวนตุแสนสาหัสทีเดียว

 

 

แน่นอนว่าค่าตัวระดับ 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,550 ล้านบาทมันก็ต้องมาพร้อมกับความคาดหวังของแฟนบอล แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรับมือกับมันไม่ได้ดีนัก ปัญหาของเขาเริ่มขึ้นเมื่อเดือนปลายเดือนสิงหาคม เมื่อ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ปราการหลังกัปตันทีมยูเวนตุได้รับบาดเจ็บเอ็นเข่าฉีกขาดจนกระทั่งต้องพักยาวแทบ เดือน

ในตอนแรกยูเวนตุอาจจะไม่อยากให้หักโหมใช้งาน เดอ ลิกต์ มากเท่าไรนักเนื่องจากอายุยังน้อย แต่ทว่าการบาดเจ็บของ คิเอลลินี่ ทำให้ ซาร์รี่ ต้องใช้งานเขาใน 11 ตัวจริงอย่างต่อเนื่อง

เกมประเดิมสนามของกองหลังวัย 19 ปีรายนี้เป็นนัดที่ทีมเอาชนะ นาโปลี 4-3 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ปีที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวมีส่วนทำเสียประตูถึงสองลูกเนื่องจากการประกบตัว คอตาส มาโนลาส และโจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ผิดพลาด แต่ดูเหมือนกับว่าแฟนบอลก็ยังพอเข้าใจได้เพราะเป็นเกมแรก

 

 

ทว่าหลายอาทิตย์ผ่านไปฟอร์มของเขาก็ไม่ได้เด่นสมราคา มีทำแฮนด์บอลจนกระทั่งทำให้ทีมเสียจุดโทษทั้งในเกมชนะอินเตอร์ มิลาน 2-1 และเกมเสมอ เลชเช่ 1-1 ถึงแม้ว่าเขาจะโหม่งประตูแรกในสีเสื้อ ม้าลาย” เมื่อพฤศจิกายน แต่ไม่กี่เกมต่อมาเขาก็ประกบตัว เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช พลาดทำให้ทีมเสียประตูและพ่ายแพ้ต่อ ลาซิโอ 3-1

ด้วยฟอร์มการเล่นในเกมนั้นทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ตัดสินใจดร็อป เดอ ลิกต์ เป็นตัวสำรอง เกมติดต่อกันจนกระทั่ง เมรีห์ เดมิราล เซนเตอร์แบ็กของทีมซึ่งเป็นคนเบียดตำแหน่ง เดอ ลิกต์ ให้หลุดเป็นสำรอง ได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าในช่วงกลางเดือนม.ค. ทว่าถึงแม้เขาจะได้รับโอกาสตัวจริงอีกครั้งแต่ก็ยังโชว์ฟอร์มไม่บ่อยนักอยู่เรื่อยๆ

หากมองลงไปลึกกว่านี้ถึงเหตุผลที่เดอ ลิกต์ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเด่นได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะการมาคุมทัพของ เมาริซิโอ ซาร์รี่

ฟิลิปโป้ คอนติเซโล่ นักข่าวจาก กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อของอิตาลี กล่าวว่า ยูเวนตุส เสียประตูจากลูกเตะมุมเยอะมากเพราะว่าพวกเขาใช้วิธีเล่นเกมรับแบบคุมโซนแทนที่จะใช้ประกบแบบตัวต่อตัวซึ่งทำมาตลอดในยุคของ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ผู้เล่นทำผิดพลาดกันบ่อยครั้งและศูนย์กลางของปัญหาเกมรับนี้ หลายท่านมักจะคิดว่าเป็น เดอ ลิกต์ ตลอด ผมไม่คิดว่ามันเป็นความรับผิดชอบของเขาทั้งหมด

 

 

นอกจากเกมรับแล้ว ซาร์รี่ ยังเปลี่ยนให้ ยูเวนตุส เป็นทีมที่ผ่านบอลและครองบอลมากขึ้นอีกด้วย โดยสถิติการครอบครองบอลต่อเกมและการจ่ายบอลสั่นต่อเกมมากขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้ว แต่ เดอ ลิกต์ กลับมีสถิติในการอยู่กับบอลน้อยกว่าในตอนที่เขาอยู่อาแจ็กซ์

หากเทียบกับฤดูกาลที่แล้วเจ้าตัวมีการส่งบอลเฉลี่ย 67.2 ครั้งต่อเกม แม้กระนั้นใน เซเรีย อา ตกลงมาเหลือแค่ 53 ครั้งต่อเกม นั่นถือว่าเจ้าตัวถูกจำกัดในการ “Build-up” หรือสร้างเกมรุกจากแดนหลัง ทั้งที่เขาเคยเป็นถึงเพลย์เมคเกอร์ในช่วงก่อวัย 15 ปี แน่นอนว่าเจ้าตัวก็ต้องปรับตัวกับแท็คติกนี้

มันเลยเป็นคำถามว่า เดอ ลิกต์ เลือกทีมและลีกผิดหรือไม่?

 

 

ในฮอลแลนด์ ทุกเกมรุกจะเริ่มต้นด้วยการส่งบอลในแนวรับ 6-7 ครั้ง ก่อนดันขึ้นไปบุกในตำแหน่งที่ดี นี่เป็นเหตุผลที่ เดอ ลิกต์ สัมผัสบอลมากในอาแจ็กซ์ แต่กองหลังในอิตาลีพอแย่งบอลได้พวกเขาก็ผ่านบอลให้มิดฟิลด์เลย สรุปคือในฮอลแลนด์ กองหลังจะเป็นขั้นแรกของเกมรุก แต่ในอิตาลีกองหลังก็มีหน้าที่เล่นเกมรับเลย ซึ่งมันมีวัฒนธรรมที่ต่างกัน” ยานเฮอร์มัน เดอ บรูจิน หัวหน้ากองบรรณาธิการของสื่อชื่อดังในฮอลแลนด์ ELF Voetbal กล่าว

หลังจากทำผลงานได้ต่ำกว่าที่ผู้คนจำนวนมากคาดหวังทำให้มีข่าวลือกับโมสีอื่นทั้ง เแมนฯ​ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริด โดยสำหรับ ผีแดง” นั้น เดอ ลิกต์ บางครั้งก็อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของดีล ปอล ป็อกบา ขณะที่ ราชันชุดขาว” ต้องการตัวแทนของ เซร์คิโอ รามอส อย่างไรก็แล้วแต่ โมเลนาร์ พ่อบังเกิดเกล้าของ แอนเนกี้ หวานใจแนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ ก็ออกมายืนยันว่า เดอ ลิกต์ จะขอสู้ต่อไปในเซเรีย อา

ต้องมารอดูกันต่อไปว่าฤดูกาลที่สองของเขากับ ยูเวนตุส จะกลับมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอีกครั้งหรือไม่?